วันนี้ (25 เม.ย. 69) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่ ณ บริษัท แซม-ซัน อินเตอร์ เฟรช จำกัด ต.แสลง อ.เมืองจันทบุรี จ.จันทบุรี เพื่อตรวจติดตามและรับฟังบรรยายสรุปกระบวนการคัดบรรจุทุเรียนสำหรับส่งออก โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 (สวพ.6) Central Lab และด่านตรวจพืชจันทบุรี ร่วมบรรยาย โอกาสนี้ นางศุภจี ได้ร่วมกิจกรรม "ปิดตู้ทุเรียน" และปล่อยขบวนคาราวานผลไม้ส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศ รวมถึงคาราวานผลไม้เข้าสู่ห้างค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) พร้อมกันนี้ยังได้ร่วมกิจกรรม Live Commerce บนแพลตฟอร์มออนไลน์ของอินฟลูเอนเซอร์ชาวจีน เพื่อเชิญชวนผู้บริโภคต่างชาติให้อุดหนุนทุเรียนไทยคุณภาพสูงอีกด้วย
นางศุภจี เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ทำให้เห็นถึงความพร้อมและความใส่ใจในทุกกระบวนการ โดยเฉพาะมาตรการควบคุมสารตกค้างและการรักษาคุณภาพที่มีความเข้มข้น บูรณาการร่วมกันระหว่างกรมวิชาการเกษตรและหน่วยงานตรวจสอบ โดยเกณฑ์มาตรฐานกำหนดปริมาณแป้งของทุเรียนไว้ไม่ต่ำกว่า 32% แต่โรงคัดบรรจุแห่งนี้ตั้งเกณฑ์ไว้สูงถึง 35% รวมถึงมีการตรวจหาสารแคดเมียมและมาตรฐาน GAP อย่างรัดกุม อย่างไรก็ตาม ได้ขอความร่วมมือเกษตรกรให้ช่วยกันรักษาคุณภาพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและรักษาตลาดส่งออกในระยะยาว
ในส่วนของภาพรวมการส่งออกนั้น นางศุภจี ระบุว่า ปีนี้คาดการณ์ว่าผลผลิตทุเรียนจะเพิ่มสูงขึ้นกว่า 30% กระทรวงพาณิชย์จึงให้ความสำคัญกับระบบโลจิสติกส์เพื่อป้องกันความล่าช้า โดยได้ส่งทีมงานจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศล่วงหน้าไปประจำการ ณ ด่านชายแดนทั้งทางฝั่งเวียดนามและจีน เพื่ออำนวยความสะดวกและแก้ไขปัญหาหน้าด่าน พร้อมทั้งเร่งกระจายสินค้าผ่านช่องทางการส่งออกที่หลากหลาย ทั้งเส้นทางภาคตะวันออก ภาคเหนือ และภาคตะวันตก เพื่อให้การระบายผลผลิตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ในช่วงท้าย นางศุภจีและคณะ ได้เดินทางต่อไปยัง บริษัท เกาฟง จำกัด เพื่อเยี่ยมชมการดำเนินงานด้านการควบคุมคุณภาพ การยืดอายุการเก็บรักษา และการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยได้เข้าชมกระบวนการแปรรูปทุเรียนแกะเนื้อแช่แข็ง ซึ่งมีขั้นตอนการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ เริ่มตั้งแต่การรับซื้อทุเรียนผลสด นำมาบ่มจนสุกได้ที่ จากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการแกะเนื้อออกจากเปลือกและคัดแยกตามเกรด (A, B และ C) ก่อนนำไปผ่านกระบวนการแช่แข็งด้วยเทคโนโลยีก๊าซไนโตรเจนเหลว ที่อุณหภูมิ -90 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 40 นาที จนได้เนื้อทุเรียนแช่แข็งที่อุณหภูมิ -18 องศาเซลเซียส แล้วจึงนำไปจัดเก็บในห้องเย็นเพื่อรอการจำหน่าย ซึ่งการใช้เทคโนโลยีไนโตรเจนเหลวนี้ จะช่วยรักษาคุณภาพและคงสภาพของเนื้อทุเรียนให้มีความเป็นธรรมชาติมากที่สุด โดยสามารถยืดอายุการเก็บรักษาได้ยาวนานถึง 2 ปี
นางศุภจี ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้าง "ห้องเย็น" ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยเปลี่ยนสินค้าเกษตรตามฤดูกาลให้เป็นสินค้าที่มีมูลค่าตลอดทั้งปี พร้อมเสนอแนวทางในการนำนวัตกรรมและองค์ความรู้จากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มาต่อยอดในการแปรรูป ซึ่งจะช่วยยกระดับรายได้ให้แก่เกษตรกรชาวสวนได้ในอนาคต