วันนี้ (26 มี.ค. 69) ที่ ห้องประชุมอำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วยนายเมธี มั่นคง รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นางนวพร จันทรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักสอบสวน 2 และคณะ ได้ลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาจากประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่ชายฝั่งทะเล โดยมุ่งเน้นไปที่จุดสำคัญ ได้แก่ หาดเจ้าหลาว หาดแหลมเสด็จ และหาดแหลมสิงห์ โอกาสนี้ได้มีการจัดประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำโดยนายวชิรวิทย์ พึ่งสอนรักษ์ นายอำเภอแหลมสิงห์ พร้อมด้วยตัวแทนจากกรมควบคุมมลพิษ สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาควิชาการ และภาคเอกชน เพื่อร่วมกันบูรณาการแนวทางแก้ไขปัญหาขยะในทะเลและชายหาด
นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยว่า พื้นที่ชายหาดทั้ง 3 แห่งถือเป็นหัวใจสำคัญด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดจันทบุรี แต่ปัจจุบันกำลังเผชิญวิกฤตขยะทะเลและชายหาด ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบนิเวศ ความสวยงาม และลุกลามไปถึงความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวตลอดจนเศรษฐกิจในท้องถิ่น การลงพื้นที่ในครั้งนี้จึงเป็นการปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ เพื่อทำหน้าที่เป็น "กลไกกลาง" ในการรวบรวมข้อเท็จจริง รับฟังเสียงสะท้อนจากคนในพื้นที่ และนำไปสู่การจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ
ในที่ประชุมได้มีการหารือถึงสถานการณ์อย่างรอบด้าน ตั้งแต่การวิเคราะห์แหล่งที่มาของขยะ มาตรการฟื้นฟูระบบนิเวศ ไปจนถึงการบังคับใช้กฎหมายและการสร้างจิตสำนึก ทั้งนี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้รายงานความคืบหน้าในการรับมือปัญหาดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง อาทิ เทศบาลตำบลปากน้ำแหลมสิงห์ที่จัดชุดทำความสะอาดชายหาดทุกวันและจัดกิจกรรม Big Cleaning Day ขณะที่เทศบาลตำบลคลองขุดได้เน้นย้ำเรื่องการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง ส่วนหน่วยงานส่วนกลางได้เข้ามาสนับสนุนผ่านโครงการ “ชายหาดติดดาว” และการสร้างเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทะเล
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้สะท้อนให้เห็นถึงอุปสรรคสำคัญในการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะปัญหาเรื่องกำลังคน งบประมาณที่จำกัด และการขาดแคลนกลไกในการดูแลบำรุงรักษาอุปกรณ์ เช่น ทุ่นดักขยะที่เสื่อมสภาพตามกาลเวลา ซึ่งประเด็นเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนในระดับนโยบายอย่างเร่งด่วน
ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวทิ้งท้ายว่า ปัญหาขยะทะเลไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี แต่เป็นวิกฤตที่หลายจังหวัดชายฝั่งทั่วประเทศกำลังเผชิญ โดยเฉพาะในช่วงฤดูมรสุม ดังนั้น การแก้ปัญหานี้จึงไม่ใช่ภาระหน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นภารกิจระดับชาติที่ทุกภาคส่วนต้องจับมือขับเคลื่อนร่วมกัน ทั้งในระดับพื้นที่และระดับนโยบาย เพื่อคืนความสะอาดและสวยงามให้ชายหาดไทย สู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยั่งยืนต่อไป