วันที่ (12 มี.ค. 2569) ภาคเอกชน ผู้ประกอบการโรงคัดบรรจุ และหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ภาคตะวันออก ประชุมเตรียมความพร้อมรับมือผลผลิตทุเรียนฤดูกาลปี 2569 คาดการณ์ผลผลิตพุ่งทะลุ 1 ล้านตัน ย้ำใช้ "จันทบุรีโมเดล" และ "มาตรการ 4 ไม่" ขั้นเด็ดขาด หากพบฝ่าฝืนสั่งระงับส่งออกทันที เพื่อรักษามาตรฐานและมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่าแสนล้านบาท
การประชุมชี้แจงผู้ประกอบการโรงคัดบรรจุผลไม้ภาคตะวันออก ฤดูกาลผลิตปี 2569 จัดขึ้นที่โรงแรมเคพี แกรนด์ จังหวัดจันทบุรี โดยมีนางคณิตา ราษฎร์นุ้ย รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เปิดการประชุมและร่วมพูดคุยกับตัวแทนจากกรมวิชาการเกษตร หัวหน้าส่วนราชการ และผู้ประกอบการที่เข้าร่วม เพื่อกำหนดทิศทางและมาตรการควบคุมคุณภาพผลไม้ส่งออกของไทยอย่างจริงจัง
ฤดูกาลผลิตปี 2569 คาดการณ์ว่าภาคตะวันออกจะมีปริมาณผลผลิตทุเรียนสูงถึง 1,066,980 ตัน (เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ถึงร้อยละ 22) โดยจะเริ่มออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นไป เฉพาะในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ซึ่งเป็นแชมป์พื้นที่เพาะปลูกอันดับ 1 ของประเทศ มีเนื้อที่ให้ผลผลิตกว่า 367,812 ไร่ คาดว่าจะมีผลผลิตทุเรียนออกสู่ตลาดราว 683,027 ตัน โดยจะกระจุกตัวสูงสุดในเดือนพฤษภาคม (คิดเป็นร้อยละ 55 ของผลผลิตทั้งหมด) ซึ่งทุเรียนเหล่านี้กว่าร้อยละ 85 มีเป้าหมายหลักคือการส่งออกไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน
รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เน้นย้ำถึงสถานการณ์การส่งออกในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งพบปัญหาทางการจีนสั่งระงับการส่งออกชั่วคราวกับโรงคัดบรรจุบางแห่ง เนื่องจากตรวจพบการปนเปื้อนสารแคดเมียมและสาร Basic Yellow 2 (BY2)
เพื่อแก้ไขปัญหาและกอบกู้ความเชื่อมั่น จังหวัดจันทบุรีได้นำร่องทำ Big Cleaning และ Set Zero การใช้สารเคมี พร้อมประกาศวันเก็บเกี่ยวทุเรียนแต่ละสายพันธุ์อย่างชัดเจน เพื่อป้องกันปัญหาทุเรียนอ่อน ได้แก่
-พันธุ์กระดุม: เก็บเกี่ยว 20 มีนาคม 2569
-พันธุ์ชะนีและพวงมณี: เก็บเกี่ยว 10 เมษายน 2569
-พันธุ์หมอนทองและก้านยาว: เก็บเกี่ยว 20 เมษายน 2569
ด้าน นางสาวปรียานุช ทิพยะวัฒน์ รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ได้ขึ้นมอบนโยบายควบคุมคุณภาพทุเรียน โดยกำชับให้เกษตรกรและผู้ประกอบการทุกภาคส่วนต้องปฏิบัติตามมาตรฐานสินค้าเกษตร (มกษ.9070-2566) อย่างเคร่งครัด ผ่าน "มาตรการ 4 ไม่" ประกอบด้วย
1. ไม่อ่อน: ห้ามตัดทุเรียนอ่อนเด็ดขาด ต้องควบคุมความสุกแก่ให้ได้มาตรฐาน
2. ไม่หนอน: ต้องปลอดจากศัตรูพืช โรคพืช หนอนเจาะเมล็ด หนอนเจาะผล และเพลี้ยแป้ง
3. ไม่สวมสิทธิ์: ป้องกันการนำทุเรียนจากสวนที่ไม่มีมาตรฐาน GAP หรือโรงคัดบรรจุที่ไม่มี GMP มาสวมสิทธิ์ส่งออก
4. ไม่มีสี/ไม่มีสาร: ต้องไม่มีสารตกค้าง โดยเฉพาะสารย้อมสี Basic Yellow 2 (BY2) และแคดเมียม
ปัจจุบัน กรมวิชาการเกษตรได้ขึ้นทะเบียนห้องปฏิบัติการกับหน่วยงานศุลกากรจีน (GACC) แล้วจำนวน 14 แห่ง เพื่อรองรับการตรวจวิเคราะห์ก่อนส่งออก ทั้งนี้ ทางกรมฯ ยืนยันว่า หากพบผู้ประกอบการหรือโรงคัดบรรจุใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ จะถูกดำเนินการระงับการส่งออกทันที เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศคู่ค้า และรักษาเสถียรภาพของตลาดทุเรียนไทยอย่างยั่งยืน