<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าวทั่วไป]]></title>
<link>https://chanthaburi.prd.go.th/th/content/category/index/id/57</link>
<atom:link href="https://chanthaburi.prd.go.th/th/content/category/index/id/57" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[ข่าวสารทั่วไป และข่าวสารสำคัญในจังหวัดจันทบุรี]]></description>
<item>
<title><![CDATA[จันทบุรี จัดสัมมนา "วันผังเมืองโลก 2569" ชูแนวคิด "ผังเมืองไทย กับโลกที่เปลี่ยนแปลง" พร้อมระดมสมองผู้ทรงคุณวุฒิรับมือความท้าทายแห่งอนาคต]]></title>
<link>https://chanthaburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/557967</link>
<guid isPermaLink="false">c89384f4f95397de24f1d8e86f8c7fd5</guid>
<pubDate>Fri, 06 Nov 2026 16:07:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (6 พ.ย. 69) ที่หอประชุมรำไพพรรณี มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี มีการจัดงานสัมมนาทางวิชาการเนื่องในวันผังเมืองโลก พ.ศ. 2569 (World Town Planning Day) โดยมีนายธวัชชัย นามสมุทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด<br />
<br />
สำหรับการสัมมนาในปีนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ &quot;ผังเมืองไทย กับโลกที่เปลี่ยนแปลง&quot; (Thai Urban Planning for a Volatile World) เนื่องจากปัจจุบันเมืองและชุมชนกำลังเผชิญกับความผันผวนที่คาดการณ์ได้ยาก ผังเมืองจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้เมืองสามารถรับมือ ปรับตัว และฟื้นตัวจากวิกฤตต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ<br />
<br />
กิจกรรมสำคัญของงานในวันนี้คือ เวทีเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ในหัวข้อ Thai Urban Planning for a Volatile Word ผังเมืองไทยกับโลกที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิระดับจังหวัดและตัวแทนจากหลากหลายภาคส่วนมาร่วมสะท้อนมุมมอง เพื่อกำหนดทิศทางเมืองจันทบุรี ประกอบด้วย นายธนภณ กิจกาญจน์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี , พลตำรวจโท สุรพล วิรัตน์โยสินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดจันทบุรี , ดร.รัฐวิทย์ ตั้งเกียรติพชร ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการผังเมืองจังหวัดจันทบุรี , นายวิสุทธิ์ นพพันธ์ ประธานสภาอุตสาหกรรม ตัวแทนภาคเอกชน จังหวัดจันทบุรี นายอุกฤษฎ์ วงษ์ทองสาลี ประธานหอการค้า/ตัวแทนภาคเอกชน จังหวัดจันทบุรี และนายสัตยา ตุละพิภาค โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดจันทบุรี<br />
<br />
เวทีดังกล่าว สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดจันทบุรี เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงาน ทั้งจากภาครัฐ ท้องถิ่น ภาคเอกชน และประชาชน ได้ร่วมกันหาแนวทางพัฒนาผังเมืองให้ก้าวทันสถานการณ์ เพื่อยกระดับการผังเมืองให้เป็นเครื่องมือสร้างเมืองที่น่าอยู่ มีความยืดหยุ่น ยั่งยืน และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป<br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://chanthaburi.prd.go.th/th/file/get/file/20261106ed94ba7e1a43ec317973c52a6dc03eaa161955.jpg' type='image/jpg' length='148248' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[จันทบุรี จ่ายเยียวยาน้ำท่วมคืบหน้า 80% ล่าสุดอนุมัติงบช่วยชาวนายายอาม-เร่งชดเชยปศุสัตว์]]></title>
<link>https://chanthaburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/557586</link>
<guid isPermaLink="false">16e1276d39a549f1e240db69f75ecbc0</guid>
<pubDate>Thu, 05 Nov 2026 13:32:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (5 พฤศจิกายน 2569) ที่ห้องประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดจันทบุรี ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี นายธวัชชัย นามสมุทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัดจันทบุรี (ก.ช.ภ.จ.จันทบุรี) ครั้งที่ 20/2569 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมติดตามความคืบหน้าและพิจารณาการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย<br />
<br />
สำหรับการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย ล่าสุดมีความคืบหน้าแล้วร้อยละ 80 โดยอยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบข้อมูลผู้ตกหล่นผ่านแอปพลิเคชัน &quot;ทางรัฐ&quot; พร้อมเร่งเสนอเรื่องเบิกงบทดรองราชการฯ เพื่อช่วยเหลือเยียวยาด้านปศุสัตว์แก่เกษตรกร อ.นายายอาม ที่ได้รับผลกระทบเป็นปีแรกอย่างเร่งด่วน เพื่อให้การช่วยเหลือครอบคลุมทุกมิติ<br />
<br />
ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบอนุมัติเงินเยียวยาเพิ่มเติมให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ อ.นายายอาม จำนวน 106 ครัวเรือน วงเงินรวม 782,000 บาท ประกอบด้วย ต.วังใหม่ (พื้นที่ อบต.วังใหม่) 68 ครัวเรือน วงเงิน 500,000 บาท, ต.วังโตนด (พื้นที่ อบต.วังโตนด) 37 ครัวเรือน วงเงิน 273,000 บาท และเทศบาลตำบลนายายอาม 1 ครัวเรือน วงเงิน 9,000 บาท<br />
<br />
นอกจากนี้ รองผู้ว่าฯ ธวัชชัย รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบตัวเลขผู้ประสบภัยที่แท้จริงในระบบ พร้อมเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ชี้แจงหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเยียวยาแต่ละกรณีให้ประชาชนรับทราบอย่างชัดเจน เพื่อลดความสับสนและข้อผิดพลาดในการรับเงินช่วยเหลือ<br />
<br />
ส่วนการช่วยเหลือด้านการเกษตร ซึ่งพื้นที่ อ.นายายอาม ได้รับผลกระทบด้านปศุสัตว์เป็นปีแรก ทางจังหวัดสั่งการด่วนให้สำนักงานปศุสัตว์อำเภอนายายอาม เร่งรวบรวมข้อมูลเสนอเรื่องขอรับการสนับสนุนเงินทดรองราชการฯ ในอำนาจของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วงเงินรวม 346,200 บาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรใน ต.วังโตนด และ ต.วังใหม่ พร้อมกำชับให้ส่งเรื่องไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อพิจารณาเบิกจ่ายทันที โดยไม่ต้องรอให้ถึงรอบการประชุม ก.ช.ภ.จ. ในครั้งหน้า เพื่อให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ได้รับการเยียวยาอย่างรวดเร็วและทันท่วงที<br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://chanthaburi.prd.go.th/th/file/get/file/202611058db743fa139d926790b5c381137366df133711.jpg' type='image/jpg' length='148366' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[จันทบุรี สานสัมพันธ์เวียดนาม ต้อนรับคณะผู้แทนจังหวัดดั๊กลัก แลกเปลี่ยนความร่วมมือด้านเกษตร มุ่งยกระดับผลไม้เมืองร้อนสู่ตลาดสากล]]></title>
<link>https://chanthaburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/557433</link>
<guid isPermaLink="false">8718bf5f1bb8447530fd2835f3e1ff30</guid>
<pubDate>Wed, 04 Nov 2026 17:08:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ที่ ห้องรับรอง ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี นางคณิตา ราษฎร์นุ้ย รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ให้การต้อนรับ นาย อี ยาง กรีย นีเอ กนอง รองเลขาธิการพรรคจังหวัดดั๊กลัก และคณะผู้แทนจากจังหวัดดั๊กลัก สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ในโอกาสเดินทางเยือนจังหวัดจันทบุรี เพื่อกระชับความสัมพันธ์และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสองจังหวัด</p>

<p><br />
การพบปะครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและหารือแนวทางความร่วมมือด้านการเกษตร โดยเฉพาะการผลิตและแปรรูปทุเรียนและผลไม้เมืองร้อน รวมถึงการยกระดับมาตรฐานคุณภาพสินค้าเกษตรเพื่อการส่งออก ตลอดจนแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวทางแก้ไขปัญหาสารตกค้างในผลผลิตทุเรียน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดต่างประเทศ</p>

<p><br />
ทั้งนี้ จังหวัดจันทบุรีและจังหวัดดั๊กลักต่างมีศักยภาพด้านการเกษตรและผลไม้เมืองร้อน การเยือนครั้งนี้จึงนับเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดความร่วมมือ ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี สร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตร และวางรากฐานมิตรภาพระหว่างประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน เพื่อประโยชน์ร่วมกันของประชาชนทั้งสองจังหวัด</p>
]]></description>
<enclosure url='https://chanthaburi.prd.go.th/th/file/get/file/2026110450f3fb0a0eac4d29c6b3158510f18d96170933.jpg' type='image/jpg' length='387540' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[จันทบุรี จัดกิจกรรมพายเรือคายัคศึกษาระบบนิเวศป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบน แหล่งเรียนรู้ธรรมชาติและนวัตกรรมชุมชน ฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวเพิ่มเกือบเท่าตัว พร้อมต่อยอดผลิตภัณฑ์สู่ตลาดสากล]]></title>
<link>https://chanthaburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/557430</link>
<guid isPermaLink="false">b22a6ac46d18957f7203581fe5f6eb5a</guid>
<pubDate>Wed, 04 Nov 2026 16:34:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (4 พ.ย. 69) ที่ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบน ต.คลองขุด อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี นางคณิตา ราษฎร์นุ้ย รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ เข้าร่วมกิจกรรมพายเรือคายัค ซึ่งจัดโดยศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลน สร้างความเข้าใจถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ และปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน</p>

<p>ภายในกิจกรรม ผู้เข้าร่วมได้รับฟังการบรรยายเกี่ยวกับแนวทางการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าชายเลน พร้อมเยี่ยมชมฟาร์มสาธิตการเลี้ยงสัตว์น้ำในบ่อดิน ทั้งปู ปลา และกุ้งทะเล รวมถึงการเพาะเลี้ยงสาหร่ายทะเล ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติควบคู่กับการพัฒนาอาชีพและสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่</p>

<p>นอกจากการเรียนรู้ด้านระบบนิเวศแล้ว คณะผู้เข้าร่วมยังได้เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและสินค้าแปรรูปจากกลุ่มเกษตรกรที่ได้รับการส่งเสริมและต่อยอดองค์ความรู้จากศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนฯ โดยนำทรัพยากรธรรมชาติและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาผ่านกระบวนการศึกษา วิจัย และพัฒนาให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มและมีความหลากหลายมากขึ้น</p>

<p>ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ ได้แก่ ขนมไทยผสมสาหร่ายทะเล ฝักประสักดอกแดงเชื่อม ยาหม่องจากผักบุ่งทะเล และเซรั่มบำรุงผิวหน้าจากสารสกัดสาหร่ายพวงองุ่น ขณะที่อีกหนึ่งนวัตกรรมที่ได้รับความสนใจคือหลอดรักษ์โลก ซึ่งผลิตจากการนำเกล็ดปลานวลจันทร์มาผสมกับสาหร่ายผักกาดทะเลและฟางข้าว ผ่านกระบวนการสกัดเป็นวัสดุชีวภาพหรือไบโอพลาสติก ก่อนนำมาขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์ โดยมีเป้าหมายเตรียมขยายตลาดสู่กลุ่มประเทศสหภาพยุโรป</p>

<p>การพัฒนาผลิตภัณฑ์เหล่านี้สอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจ BCG Model ที่ให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรชีวภาพอย่างคุ้มค่า การหมุนเวียนนำวัสดุกลับมาใช้ประโยชน์ และการพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเปลี่ยนทรัพยากรในท้องถิ่นให้เป็นสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม สร้างโอกาสทางการตลาด และยกระดับรายได้ให้แก่เกษตรกรและชุมชน</p>

<p>ความสำเร็จดังกล่าวมีรากฐานมาจากการดำเนินงานของศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนฯ ในการฟื้นฟูและอนุรักษ์ระบบนิเวศป่าชายเลนตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยในปี พ.ศ. 2530 พื้นที่ป่าชายเลนมีสภาพเสื่อมโทรมและเหลืออยู่ประมาณ 610 ไร่ ก่อนจะได้รับการฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง จนในปี พ.ศ. 2567 มีพื้นที่ป่าชายเลนเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 1,100 ไร่</p>

<p>จากพื้นที่ป่าชายเลนที่เคยเสื่อมโทรม ปัจจุบันอ่าวคุ้งกระเบนได้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่สำคัญของจังหวัดจันทบุรี โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้สัมผัสความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ พร้อมส่งเสริมให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลรักษาทรัพยากรและใช้ประโยชน์จากธรรมชาติอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการพัฒนาอาชีพและสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาว</p>

<p>ทั้งนี้ จังหวัดจันทบุรีขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสความงดงามของระบบนิเวศป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบน พร้อมเรียนรู้ความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติผ่านกิจกรรมพายเรือคายัคสำรวจป่าชายเลน ณ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบน ต.คลองขุด อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี โดยช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการพายเรือคือระหว่างวันที่ 15 ตุลาคม ถึง 15 มีนาคมของทุกปี เนื่องจากเป็นช่วงที่ระดับน้ำขึ้นในเวลากลางวัน เอื้อต่อการพายเรือชมธรรมชาติและศึกษาระบบนิเวศได้อย่างสะดวก</p>
]]></description>
<enclosure url='https://chanthaburi.prd.go.th/th/file/get/file/202611042a38340601a9abae8cf137026b0b7dd1170127.jpg' type='image/jpg' length='735208' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[จันทบุรี เปิดตัวเวที Miss Thailand Chanthaburi 2027 ภายใต้แนวคิด "THE GOLDEN ERA" ผลักดันผู้หญิงสู่บทบาททูตวัฒนธรรมและประชาสัมพันธ์อัตลักษณ์เมืองจันท์]]></title>
<link>https://chanthaburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/556753</link>
<guid isPermaLink="false">5e7d3bdf686abdae1a1c189fbbde9ab3</guid>
<pubDate>Mon, 02 Nov 2026 16:32:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (2 พ.ย. 69) ที่ เทวิกา คาเฟ่ จังหวัดจันทบุรี นางจารุณี กาวิล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานแถลงข่าวการประกวด Miss Thailand Chanthaburi 2027 (นางสาวไทย จันทบุรี 2570) โดยมีคณะผู้จัดงาน แขกผู้มีเกียรติ พันธมิตรผู้สนับสนุน และสื่อมวลชนเข้าร่วม<br />
<br />
การประกวดปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด &quot;THE GOLDEN ERA : ยุคทองบทใหม่ของผู้หญิงไทย&quot; มุ่งสืบสานเกียรติภูมิของเวทีนางสาวไทย พร้อมเปิดพื้นที่แห่งโอกาสให้ผู้หญิงยุคใหม่ได้แสดงศักยภาพและก้าวสู่บทบาทที่หลากหลาย ภายใต้แนวทาง Legacy &amp; Progression หรือการสืบทอดและต่อยอดคุณค่าจากอดีตสู่อนาคต โดยให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นและการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทุนทางวัฒนธรรม ควบคู่กับการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากและการท่องเที่ยวของจังหวัดจันทบุรี<br />
<br />
นางจารุณี กาวิล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่จังหวัดจันทบุรีได้รับสิทธิ์ในการจัดการประกวดครั้งนี้ โดยมองว่าเวที Miss Thailand Chanthaburi ไม่ได้เป็นเพียงเวทีประชันความงามและความสามารถของผู้หญิงไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสในการค้นหาตัวแทนที่มีศักยภาพในการทำหน้าที่เป็น &quot;ทูตวัฒนธรรม&quot; ถ่ายทอดเรื่องราวและเสน่ห์ของจังหวัดจันทบุรีให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้น<br />
<br />
สำหรับการประกวดรอบตัดสิน กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล จันทบุรี โดยขณะนี้ยังเปิดรับสมัครผู้สนใจเข้าร่วมประกวดจนถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2569 ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียด หลักเกณฑ์การสมัคร และข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง Facebook Page: นางสาวไทย จันทบุรี - Miss Thailand Chanthaburi และขอเชิญชวนประชาชนร่วมติดตามและส่งกำลังใจให้ผู้เข้าประกวดทุกคน เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนศักยภาพของผู้หญิงไทย และใช้เวทีแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งกลไกในการเผยแพร่เสน่ห์ อัตลักษณ์ และความภาคภูมิใจของจังหวัดจันทบุรีสู่สายตาคนทั่วประเทศ<br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://chanthaburi.prd.go.th/th/file/get/file/20261102ff47b81c8e10a4cfd6dd81ae4456cc5e164302.jpg' type='image/jpg' length='428320' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[จันทบุรี หารือมณฑลยูนนาน เดินหน้าขยายความร่วมมือการค้า–ลงทุน ผลักดันผลไม้ไทยสู่ตลาดจีน]]></title>
<link>https://chanthaburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/555336</link>
<guid isPermaLink="false">5be6d0147db413af8fd0eb49c3b6b5f8</guid>
<pubDate>Wed, 28 Oct 2026 15:49:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (28 ต.ค. 69) นายธวัชชัย นามสมุทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วยผู้แทนจากส่วนราชการและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับนางสาวซือ เสว่เหมย รองอธิบดีกรมการพาณิชย์มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน และคณะ ในโอกาสเดินทางเยือนจังหวัดจันทบุรี เพื่อหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการผลิตสินค้าเกษตร ความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และการขยายตลาดสินค้าเกษตรระหว่างกัน ณ ห้องประชุมพลอยจันท์ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี</p>

<p>การหารือครั้งนี้มุ่งส่งเสริมความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับมณฑลยูนนาน โดยเฉพาะการค้าสินค้าเกษตรและผลไม้ไทย เช่น ทุเรียน มังคุด และลำไย ซึ่งเป็นสินค้าสำคัญที่ส่งออกไปยังตลาดจีน ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการขนส่งสินค้า ซึ่งส่วนใหญ่ใช้เส้นทางทางบก ตลอดจนแนวทางลดอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศ เพื่อให้การขนส่งสินค้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง</p>

<p>ผู้แทนจากมณฑลยูนนานให้ข้อสังเกตว่า ผู้ประกอบการโลจิสติกส์ของจีนบางส่วนยังขาดความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายและกฎระเบียบด้านการขนส่งของไทย จึงเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยจัดสัมมนาให้ความรู้แก่ผู้ให้บริการขนส่งจากจีน เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในการดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบความร่วมมืออนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) ลดความเสี่ยงจากการปฏิบัติไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และสนับสนุนให้การขนส่งสินค้าระหว่างกันมีความคล่องตัวยิ่งขึ้น</p>

<p>นอกจากนี้ คณะผู้แทนมณฑลยูนนานยังได้เชิญชวนหน่วยงานภาครัฐและผู้ประกอบการจังหวัดจันทบุรีเตรียมความพร้อมเข้าร่วมงานมหกรรมจีน&ndash;เอเชียใต้ (China&ndash;South Asia Expo) ในปี พ.ศ. 2570 ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างจีนกับประเทศในเอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศสมาชิกความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) โดยภายในงานมีแผนจัดกิจกรรมชิมผลไม้ ประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตร การจับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching) และพิธีลงนามความร่วมมือ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้ขยายเครือข่ายทางการค้าและเข้าถึงตลาดจีนมากขึ้น</p>

<p>ด้านผู้แทนสำนักงานพาณิชย์จังหวัดจันทบุรีได้กล่าวขอบคุณมณฑลยูนนานที่ให้การสนับสนุนและอำนวยความสะดวกด้านการค้า ซึ่งมีส่วนช่วยส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจของทั้งสองฝ่าย พร้อมระบุว่า กระทรวงพาณิชย์มีสำนักงานตั้งอยู่ที่นครคุนหมิง และพร้อมทำหน้าที่เป็นพันธมิตรในการประสานความร่วมมือกับผู้ประกอบการจีนที่สนใจทำการค้ากับประเทศไทย โดยจังหวัดจันทบุรีมีความพร้อมนำเสนอทุเรียนที่มีเอกลักษณ์ ตลอดจนผลิตภัณฑ์ผลไม้แปรรูปเข้าร่วมจัดแสดงในงาน Expo ปี พ.ศ. 2570 พร้อมสนับสนุนการส่งออกผลไม้ที่มีคุณภาพและคำนึงถึงความยั่งยืน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่คู่ค้าในตลาดจีน</p>

<p>ขณะเดียวกัน ผู้แทนสำนักงานเกษตรจังหวัดจันทบุรีได้หยิบยกประเด็นข้อกำหนดการตรวจวัดปริมาณซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในลำไยส่งออกไปยังประเทศจีน โดยระบุว่า การปรับเปลี่ยนแนวทางตรวจสอบให้ครอบคลุมทั้งเปลือกและเนื้อลำไย ภายใต้เกณฑ์ปริมาณไม่เกิน 50 ppm อาจส่งผลให้ผลตรวจมีค่าเกินเกณฑ์ที่กำหนด เนื่องจากซัลเฟอร์ไดออกไซด์ส่วนใหญ่อยู่บริเวณเปลือก จึงเสนอให้ฝ่ายจีนพิจารณาทบทวนแนวทางการตรวจสอบดังกล่าว และพิจารณากลับไปใช้วิธีการตรวจวัดตามแนวทางเดิม เพื่อช่วยลดอุปสรรคในการส่งออกและสนับสนุนให้การค้าลำไยระหว่างไทยกับจีนดำเนินไปอย่างราบรื่นยิ่งขึ้น</p>

<p>ด้านนางสาวซือ เสว่เหมย รองอธิบดีกรมการพาณิชย์มณฑลยูนนาน กล่าวว่า จะนำข้อมูล ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากหน่วยงานภาครัฐและผู้ประกอบการไทยไปผลักดันและประสานงานในประเด็นที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางพัฒนาความร่วมมือทางการค้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมขยายโอกาสทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับมณฑลยูนนานในอนาคต</p>

<p>ในช่วงท้ายของการประชุม นายธวัชชัย นามสมุทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้กล่าวขอบคุณคณะผู้แทนกรมการพาณิชย์มณฑลยูนนานที่เดินทางมาเยือนจังหวัดจันทบุรีและร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในครั้งนี้ โดยหวังว่าการหารือจะเป็นจุดเริ่มต้นของการต่อยอดความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนของทั้งสองฝ่าย อันจะนำไปสู่การเพิ่มโอกาสทางการค้า การลงทุน และการขยายตลาดสินค้าเกษตรของจังหวัดจันทบุรีสู่ประเทศจีนอย่างต่อเนื่อง</p>
]]></description>
<enclosure url='https://chanthaburi.prd.go.th/th/file/get/file/202610284a8e4c5e3858a7638d3b00c94bd4dbe5160546.jpg' type='image/jpg' length='386199' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[จันทบุรี ประชุม ศอ.ปส.จ.จบ. ครั้งที่ 10/2569  ติดตามผลการดำเนินงานด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ พร้อมบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงาน]]></title>
<link>https://chanthaburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/554938</link>
<guid isPermaLink="false">527e7504c62f1803786b0782ee030ffd</guid>
<pubDate>Tue, 27 Oct 2026 16:36:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (27 ต.ค. 69) ที่ ห้องประชุมตากสิน ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี นางจารุณี กาวิล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดจันทบุรี (ศอ.ปส.จ.จบ.) ครั้งที่ 10/2569 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานด้านความมั่นคง ทหาร ตำรวจ และผู้แทนที่ว่าการอำเภอทุกอำเภอเข้าร่วมประชุม ในการนี้ ประธานได้แจ้งข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหายาเสพติด เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปขับเคลื่อนและดำเนินการให้สอดคล้องกับแนวทางของรัฐบาล</p>

<p>ที่ประชุมได้ติดตามผลการดำเนินงานตามเบาะแสและเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหายาเสพติดประจำเดือนตุลาคม 2569 รวมถึงข้อมูลการบำบัดรักษาผู้ป่วยยาเสพติดและการติดตามดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทั้งกลุ่มที่ไม่มีอาการรุนแรงและกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีการติดตามการตรวจสอบและควบคุมสถานที่ปลูกหรือจำหน่ายกัญชาที่ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ซึ่งมีจำนวน 135 แห่ง</p>

<p>ด้านการฟื้นฟูและช่วยเหลือผู้ผ่านการบำบัด ที่ทำการปกครองจังหวัดจันทบุรีได้รายงานผลการดำเนินงานของศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคมจังหวัด โดยมีการสนับสนุนเครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับประกอบอาชีพ เช่น อุปกรณ์ช่าง รวมถึงประสานความร่วมมือกับสถานพยาบาลเพื่อดูแลต่อเนื่อง มุ่งส่งเสริมให้ผู้ผ่านการบำบัดสามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมและประกอบอาชีพได้อย่างเหมาะสม</p>

<p>นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบข้อมูลแรงงานต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายในจังหวัดจันทบุรี ปัจจุบันมีจำนวนทั้งสิ้น 29,787 คน พร้อมรับฟังรายงานสถานการณ์ยาเสพติดในพื้นที่ภาคตะวันออก ผลการดำเนินงานของคณะทำงานบูรณาการเฝ้าระวังปัญหายาเสพติด ตลอดจนผลการปฏิบัติงานและสถิติคดีจับกุมยาเสพติดของตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรีและฝ่ายปกครองในแต่ละอำเภอ</p>

<p>ในส่วนของการป้องกันปัญหายาเสพติดในกลุ่มเด็กและเยาวชน ที่ประชุมยังได้ติดตามการขับเคลื่อนโครงการ TO BE NUMBER ONE รวมถึงผลการจัดระเบียบสังคมแบบบูรณาการในพื้นที่ เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายและลดปัจจัยเสี่ยงที่อาจนำไปสู่ปัญหายาเสพติด</p>

<p>ทั้งนี้ จังหวัดจันทบุรีมุ่งเน้นการทำงานเชิงรุกและบูรณาการความร่วมมือจากทุกหน่วยงาน ตั้งแต่การป้องกันและปราบปราม การบำบัดรักษา การฟื้นฟูสภาพทางสังคม ไปจนถึงการติดตามดูแลผู้ผ่านการบำบัด เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบ ตลอดจนสร้างความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชนในพื้นที่</p>
]]></description>
<enclosure url='https://chanthaburi.prd.go.th/th/file/get/file/202610276f70d582170845046bd56bf04d96e6ea164159.jpg' type='image/jpg' length='105247' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[จันทบุรี ประชุมติดตามความมั่นคงและความสงบเรียบร้อย ครั้งที่ 10/2569 ติดตามผลการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมเน้นย้ำการเฝ้าระวังช้างป่าและการแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ]]></title>
<link>https://chanthaburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/554931</link>
<guid isPermaLink="false">b26cb8925dd87e7ec25a73431919cf71</guid>
<pubDate>Tue, 27 Oct 2026 16:31:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (27 ต.ค. 69) ที่ ห้องประชุมตากสิน ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี นางคณิตา ราษฎร์นุ้ย รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยจังหวัดจันทบุรี ครั้งที่ 10/2569 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานด้านความมั่นคง ผู้แทนที่ว่าการอำเภอ หน่วยงานทหาร และหน่วยงานตำรวจเข้าร่วมประชุม เพื่อรับทราบผลการดำเนินงานและหารือแนวทางแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยในพื้นที่</p>

<p>ที่ประชุมได้รายงานผลการปฏิบัติงานของตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี ระหว่างวันที่ 21 กันยายน &ndash; 20 ตุลาคม 2569 รวมถึงผลการดำเนินงานของส่วนราชการต่าง ๆ พร้อมรับทราบข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ตลอดจนมาตรการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ประจำเดือนตุลาคม 2569 เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถบูรณาการการทำงานและดำเนินการแก้ไขปัญหาได้อย่างเหมาะสม</p>

<p>โดยหนึ่งในประเด็นสำคัญคือสถานการณ์ช้างป่าในพื้นที่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและร่างกายของประชาชน นางคณิตาได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประสานการให้ความช่วยเหลือและเยียวยาครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมกำชับให้ภาคีเครือข่ายเฝ้าระวังช้างป่าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด สอดส่องพื้นที่เสี่ยง และแจ้งเตือนประชาชนให้รับทราบข้อมูลอย่างทันท่วงที</p>
]]></description>
<enclosure url='https://chanthaburi.prd.go.th/th/file/get/file/20261027291ad3f6ca90403b8597a35efe5692ed163533.JPG' type='image/jpg' length='98826' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[จันทบุรี ประชุมกรมการจังหวัด ประจำเดือนตุลาคม 2569 มอบรางวัลเชิดชูเกียรติหน่วยงานและบุคลากรที่มีผลงานโดดเด่น พร้อมสั่งบูรณาการหน่วยงานติดตามสถานการณ์ผลผลิตลำไย]]></title>
<link>https://chanthaburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/554922</link>
<guid isPermaLink="false">a64766e5534e6411d9be765bb4d95b3e</guid>
<pubDate>Tue, 27 Oct 2026 16:23:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (27 ต.ค. 69) ที่ ห้องประชุมจันทบูร ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี นายธวัชชัย นามสมุทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานประชุมคณะกรมการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ นายอำเภอ และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดจันทบุรี ประจำเดือนตุลาคม 2569 โดยมีคณะรองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ และผู้แทนจากภาคส่วนต่าง ๆ เข้าร่วมประชุม เพื่อรับทราบผลการดำเนินงานและติดตามสถานการณ์สำคัญของจังหวัด</p>

<p>ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม ประธานได้มอบรางวัลและประกาศเกียรติคุณแก่หน่วยงาน บุคลากร และสถานศึกษาที่มีผลงานโดดเด่น ได้แก่ รางวัลนายอำเภอดีเด่น แก่นายประพิศ ญาณปัญญา นายอำเภอโป่งน้ำร้อน ประกาศเกียรติคุณของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โครงการคัดเลือกหมู่บ้านเข้มแข็งตามแนวทาง &ldquo;แผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง&rdquo; (หมู่บ้านอยู่เย็น) แก่นายสานิตย์ สุจันทร์ และรางวัลชนะเลิศการดำเนินงานป้องกันและควบคุมโรคไตในชุมชน ผ่านกลไกคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) ระดับเขตสุขภาพที่ 6 แก่นายชัยวัฒน์ สวัสดิภูมิ นายอำเภอขลุง</p>

<p>นอกจากนี้ ยังมอบรางวัลโครงการวัคซีนจราจรเชิงรุก ภายใต้แนวคิด &ldquo;เด็กเปลี่ยนได้ด้วยวัคซีนจราจรวัยใส ใส่ใจทุกชีวิตในสถานศึกษา&rdquo; ให้แก่สถานศึกษา 4 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนคลองพลูวิทยา โรงเรียนทุ่งขนานวิทยา โรงเรียนมัธยมวัดเขาสุกิม และโรงเรียนขลุงรัชดาภิเษก พร้อมมอบรางวัลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้นแบบส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยอัตลักษณ์ท้องถิ่น ประจำปี 2569 จำนวน 2 แห่ง รางวัลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น ประจำปี 2569 จำนวน 10 แห่ง และประกาศนียบัตรผู้ประกอบการเกษตรอุตสาหกรรมคู่ชุมชนต้นแบบ (MIND STAR) จำนวน 1 ราย รวมถึงแนะนำหัวหน้าส่วนราชการที่ย้ายมาดำรงตำแหน่งใหม่ จำนวน 6 ราย</p>

<p>สำหรับวาระการประชุม ที่ประชุมได้ติดตามผลการดำเนินงานและสถานการณ์สำคัญของจังหวัด อาทิ การคาดหมายลักษณะอากาศของจังหวัดจันทบุรี ประจำเดือนพฤศจิกายน 2569 การเตรียมความพร้อมโครงการ &ldquo;แสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 12 เฉลิมพระเกียรติ&rdquo; สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำและลุ่มน้ำสำคัญ ตลอดจนสถานการณ์การผลิตไม้ผลประจำฤดูกาล โดยเฉพาะผลผลิตลำไย ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัด</p>

<p>จากการคาดการณ์สถานการณ์ผลผลิตลำไยในปี 2569 จังหวัดจันทบุรีจะมีผลผลิตรวมประมาณ 333,658 ตัน โดยคาดว่าจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดมากที่สุดในช่วงเดือนธันวาคมถึงมกราคม ขณะที่ราคาจำหน่ายในพื้นที่แบบเหมาสวนอยู่ที่ประมาณ 20&ndash;26 บาทต่อกิโลกรัม อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการบางส่วนเริ่มชะลอการรับซื้อ เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับคุณภาพผลผลิตและมาตรฐานการตรวจพบสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ตกค้าง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออก โดยเฉพาะตลาดประเทศจีน ทั้งนี้ ผู้แทนเกษตรกรและผู้ประกอบการได้ร่วมรับฟังแนวทางและหารือกับจังหวัดเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน</p>

<p>นายธวัชชัยได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานอย่างเร่งด่วน โดยเตรียมแผนรวบรวมและกระจายผลผลิตลำไยออกนอกพื้นที่ พร้อมเร่งถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีแก่เกษตรกร เพื่อควบคุมการใช้สารเคมีและป้องกันปัญหาสารตกค้างอย่างเคร่งครัด ตลอดจนลงพื้นที่รณรงค์สร้างความรู้ความเข้าใจแก่เกษตรกรและผู้ประกอบการ เพื่อยกระดับคุณภาพผลผลิตให้เป็นไปตามมาตรฐานและสร้างความเชื่อมั่นแก่ตลาดส่งออก</p>

<p>ขณะเดียวกัน ในประเด็นเกี่ยวกับสัญญาซื้อขายระหว่างเกษตรกรกับผู้ประกอบการ ซึ่งยังขาดสัญญากลางที่ชัดเจนและอาจก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรม ประธานได้มอบหมายให้ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดและศูนย์ดำรงธรรมอำเภอเร่งลงพื้นที่หาข้อยุติที่เหมาะสม และรายงานความคืบหน้าให้จังหวัดทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันและลดผลกระทบต่อเกษตรกร พร้อมสร้างความเป็นธรรมให้แก่ทุกฝ่ายในระยะยาว</p>
]]></description>
<enclosure url='https://chanthaburi.prd.go.th/th/file/get/file/20261027575539d5ba68f8c33e1f525e8f18597c162836.JPG' type='image/jpg' length='106295' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[จันทบุรี สทนช. ภาค 2 เปิดเวทีฟังเสียง 4 จังหวัดชายฝั่งทะเลตะวันออก ปรับปรุงแผนแม่บทบริหารจัดการน้ำ ชูการประเมินผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ (SEA) สร้างสมดุล แก้น้ำท่วม น้ำแล้ง และน้ำเค็มรุกล้ำ]]></title>
<link>https://chanthaburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/554915</link>
<guid isPermaLink="false">2e4851c84354ad6329129a88c4667e05</guid>
<pubDate>Tue, 27 Oct 2026 16:12:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>#จันทบุรี สทนช. ภาค 2 เปิดเวทีฟังเสียง 4 จังหวัดชายฝั่งทะเลตะวันออก ปรับปรุงแผนแม่บทบริหารจัดการน้ำ ชูการประเมินผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ (SEA) สร้างสมดุล แก้น้ำท่วม น้ำแล้ง และน้ำเค็มรุกล้ำ</p>

<p>(27 ต.ค. 69) เวทีระดมความคิดเห็นครั้งนี้ จัดขึ้นที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี โดยมี ผศ.เจริญ ปิยารมย์ คณะกรรมการลุ่มน้ำผู้ทรงคุณวุฒิ ในลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลตะวันออก เป็นประธานเปิดการประชุมกลุ่มย่อย ครั้งที่ 1 ภายใต้ &quot;โครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลตะวันออก ปรับปรุงช่วงที่ 1 (พ.ศ. 2566 - 2580)&quot;<br />
การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นโดย สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ภาค 2 (สทนช. ภาค 2) นับเป็นเวทีที่ 4 ที่ลงลึกครอบคลุมพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก โดยเฉพาะลุ่มน้ำสาขา 3 คลองโตนด และแม่น้ำจันทบุรี โดยมีตัวแทนกลุ่มผู้ใช้น้ำกว่า 14 กลุ่ม ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ ท้องถิ่น ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง</p>

<p>ผศ.เจริญ ระบุว่า ลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลตะวันออกเป็นหัวใจสำคัญทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม แต่ที่ผ่านมาต้องเผชิญกับวิกฤตทรัพยากรน้ำซ้ำซาก ทั้งภัยแล้ง น้ำท่วม และปัญหาน้ำเค็มรุกล้ำ ซึ่งกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน การใช้น้ำเพื่อการเกษตร อุตสาหกรรม และการผลิตน้ำประปา<br />
จุดที่น่าสนใจในการจัดทำแผนแม่บทครั้งนี้ คือการนำกระบวนการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ หรือ SEA (Strategic Environmental Assessment) มาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการพัฒนาและการอนุรักษ์อย่างแท้จริง เวทีนี้จึงเป็นพื้นที่สำคัญที่เปิดโอกาสให้คนในพื้นที่ ซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง ได้สะท้อนปัญหา แลกเปลี่ยนความเห็น และร่วมออกแบบวิสัยทัศน์ เพื่อกำหนดตัวชี้วัดและกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่มากที่สุด</p>

<p>ผลจากการศึกษาและข้อเสนอแนะทั้งหมดจากเวทีนี้ จะถูกนำไปบรรจุในแผนแม่บทฯ เพื่อเป็นกรอบทิศทางให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นำไปจัดทำแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาน้ำในระดับพื้นที่ มุ่งเป้าหมายสูงสุดคือการปกป้องชุมชนจากภัยพิบัติน้ำ และสร้างหลักประกันว่าประชาชนจะมีน้ำสะอาดใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตรอย่างเพียงพอและยั่งยืน</p>
]]></description>
<enclosure url='https://chanthaburi.prd.go.th/th/file/get/file/202610271c8fef35a0a943219c55775a5b52faf3161653.jpg' type='image/jpg' length='276332' />
</item>
</channel>
</rss>
